Slow Bangkok Route: ล่องคลอง นั่ง MuvMi สำรวจกรุงเก่า

25 มีนาคม 2569

บันทึกการเดินทาง 1 วัน "ฉบับล่องเรือและเดิน" จากหัวลำโพงสู่นางเลิ้งและบางลำพู

ในวันที่จราจรบนถนนวุ่นวาย การพาตัวเองลงไปอยู่ใน "เรือ" คือวิธีสัมผัสจิตวิญญาณของกรุงเทพฯ ที่ดีที่สุด วันนี้เราจะพาทุกคนไปสัมผัสเสน่ห์ย่านเก่าผ่านเส้นทางสายน้ำ เชื่อมต่อด้วยเรือไฟฟ้า (EV Boat) และเรือคลองแสนแสบ รูทนี้ไม่มีรถติด มีแต่ลมเย็นๆ และภาพวิถีชีวิตริมคลองที่ยังหายใจ

 Morning Serenity: เริ่มต้นที่หัวลำโพง ศรัทธาและความสงบยามเช้า

เรานัดพบกันที่ MRT สถานีหัวลำโพง เดินออกมาทางออก 2 ก็จะพบกับ สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานที่ที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายของการเดินทางและสถาปัตยกรรมโดมคลาสสิกที่ใครมาก็ต้องแวะเช็กอิน
img_4700_1

Small Table Cafe : ปลุกความสดชื่นยามเช้า Happiness in Small Things & Great Views
คาเฟ่สุดชิคที่ซ่อนตัวอยู่ในตึกเก่าคลาสสิกฝั่งตรงข้ามสถานีรถไฟหัวลำโพง ที่นี่ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ แต่เป็นพื้นที่ที่รวบรวมความสุขเล็กๆ ผ่านรสชาติอาหารและบรรยากาศวินเทจ 3 ชั้น โดยมีไฮไลท์คือระเบียงชั้นบนที่มองเห็นวิวสถานีรถไฟในมุมที่สวยที่สุดจุดหนึ่งในกรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด Day & Night Vibe: ที่นี่มอบประสบการณ์ที่แตกต่างกันในแต่ละช่วงเวลา

ช่วงกลางวัน (Cafe): 09:30 – 16:00 น. เหมาะสำหรับการมานั่งทานมื้อเช้า จิบกาแฟ 

ช่วงเย็น (Drinks): 17:00 – 22:00 น. ร้านจะเปลี่ยนมู้ดให้กลายเป็นพื้นที่จิบเครื่องดื่มเย็นๆ ดื่มด่ำกับแสงไฟยามค่ำคืนของสถานีหัวลำโพง

การเดินทาง: เดินจาก MRT หัวลำโพง ใช้ ทางออก 3 เดินต่อเพียงนิดเดียว ร้านจะอยู่ในตึกแถวเก่าฝั่งตรงข้ามตัวสถานีรถไฟ
629436

Photo via :https://www.facebook.com/profile.php?id=100057681232959

มุ่งหน้าสู่สายน้ำคลองผดุงเกษม
เมื่อเติมพลังกาแฟกันเรียบร้อยแล้ว เราก็เปลี่ยนโหมดการเดินทางมาเป็นแบบชิลล์ๆ ด้วยการนั่งเรือไฟฟ้า (EV Boat) ของ Muvmi ล่องไปตามคลองผดุงกรุงเกษม มุ่งหน้าสู่ย่านนางเลิ้ง

วิธีไปท่าเรือ
เดินจาก Small Table Cafe เดินข้ามถนนกลับมาทางหน้า สถานีรถไฟหัวลำโพง จะเจอ ท่าเรือหัวลำโพง ตั้งอยู่ริมคลองฝั่งตรงข้ามสถานี

339227
Photo via :https://www.facebook.com/transportation.traffic และ https://www.facebook.com/muvmi
ย่านนางเลิ้ง : เสน่ห์ตลาดบกและความเก๋าที่ยังหายใจ
เราพาทุกคนนั่งเรือลัดเลาะมายัง ย่านคลาสสิก ชมศิลปะ และชิมของอร่อยระดับตำนาน เมื่อเรือไฟฟ้าเทียบท่าที่ ท่าเรือแยกหลานหลวง จะเริ่มสัมผัสได้ถึงจังหวะชีวิตที่ช้าลงของย่านนางเลิ้ง 

บ้านนราศิลป์ : ตำนานเครื่องโขนละคร

บ้านไม้โบราณที่เป็นแหล่งผลิตเครื่องโขน เครื่องละคร และปักชุดไทยประณีตศิลป์ระดับปรมาจารย์ ที่นี่สืบทอดวิชาช่างมาหลายเจเนอเรชัน ตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ก้าวแรกที่เดินเข้าไป คุณจะสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของงานฝีมือและความขลังของหน้าโขนที่วางเรียงราย เป็นจุดที่สะท้อน "จิตวิญญาณ" ของชาวนางเลิ้งได้อย่างลึกซึ้งที่สุด

การเดินทาง: เดินจากท่าเรือแยกหลานหลวงมาเพียง 2-3 นาที  ตั้งอยู่ในตรอกบ้านนราศิลป์ (ถนนหลานหลวง)

เวลาเปิด-ปิด: 09:00 – 17:00 น. (เปิดทุกวัน)img_0888
img_0889

 Photo via https://www.facebook.com/profile.php?id=100054515948375

ตลาดนางเลิ้ง : ตลาดบกเก่าแก่แห่งแรกของไทย

เดินจากท่าเรือเพียงไม่กี่นาที เราจะเข้าสู่แหล่งรวมของอร่อยที่ส่งต่อฝีมือกันมานับร้อยปี ตั้งแต่เป็ดพะโล้เจ้าดัง ขนมเบื้องโบราณ ไปจนถึงกับข้าวไทยถิ่นที่หากินได้ยาก 

วิธีการเดินทาง: จากบ้านนราศิลป์ ให้เดินเลาะมาตามถนนหลานหลวง มุ่งหน้าไปทางแยกจักรพรรดิพงษ์ จากนั้นเลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนนครสวรรค์ เดินต่ออีกประมาณ 5 นาทีก็จะเห็นซุ้มประตูทางเข้าตลาดนางเลิ้งเด่นชัดเลย

เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 15:00 น. (เปิดทุกวัน แต่ช่วงเช้าถึงเที่ยงของจะคึกคักที่สุด)
604149
Photo via :https://www.facebook.com/profile.php?id=61586898761850

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร (ภูเขาทอง) : กราบพระบรมบรรพต ชมวิวพระนคร 360 องศา

จากย่านของกิน เดินข้ามแยกผ่านฟ้าลีลาศมาเพียงนิดเดียว เราจะพบกับทางเข้าวัดที่มีบันไดวนสีขาวโอบล้อมภูเขาจำลองสูงตระหง่านอยู่ใจกลางเมือง

วิธีการเดินทาง: ตั้งอยู่บริเวณเชิงสะพานผ่านฟ้าลีลาศ หากเดินจากสนามมวยราชดำเนินหรือตลาดนางเลิ้งมา ใช้เวลาเพียง 5-10 นาที

เวลาเปิด-ปิด: 07:00 – 19:00 น. ทุกวัน

ค่าเข้าชม: ชาวไทยเข้าฟรี (ชาวต่างชาติ 100 บาท)

img_0890
Photo via :https://www.facebook.com/share/18Z7gYFTAJ/?mibextid=

ย่านบางลำพู : มนต์เสน่ห์ริมน้ำและวิถีคนเมืองที่ไม่มีวันหลับใหล

หลังจากอิ่มอร่อยและเต็มอิ่มกับงานศิลป์ในย่านนางเลิ้งแล้ว เราเดินทางต่อไปยังจุดหมายสุดท้ายย่านบางลำพู  ลัดเลาะคลอนั่งเรือ Muvmi ผ่านบรรยากาศย่านพระนคร จนมาลงที่ "ท่าเรือป้อมพระสุเมรุ"

ป้อมพระสุเมรุ & สวนสันติชัยปราการ

แลนด์มาร์คสีขาวสะอาดตาตัดกับสนามหญ้าสีเขียวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่คือจุดพักผ่อนที่ดีที่สุดในย่านบางลำพู แนะนำให้นั่งรับลมเย็นๆ ชมวิว สะพานพระราม 8 ที่ตั้งเด่นอยู่เบื้องหน้าก่อนจะไปต่อ

เวลาเปิด-ปิด: 05:00 – 21:00 น.

img_0892

พิพิธบางลำพู : ย้อนรอยย่านเก่า เล่าเรื่องวันวาน ผ่านสื่อนิทรรศการสุดล้ำ

เพียงไม่กี่ก้าวหลังจากก้าวเท้าลงจากเรือ Muvmi ที่ ท่าเรือป้อมพระสุเมรุ สายตาของคุณจะถูกดึงดูดด้วยอาคารสีเหลืองนวลสไตล์ยุโรป ซึ่งอดีตเคยเป็นโรงพิมพ์คุรุสภา (โรงพิมพ์พระจันทร์) แต่ปัจจุบันที่นี่ได้กลายเป็น "พิพิธบางลำพู" ศูนย์การเรียนรู้ที่ทำให้การเดินพิพิธภัณฑ์ไม่ใช่เรื่องน่าเบื่ออีกต่อไป

เวลาเปิด-ปิด: 08:30 – 16:30 น. (ปิดทุกวันจันทร์) 

ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ (ชาวไทยและชาวต่างชาติ) ราคา 30 บาท

เด็กอายุ 10-18 ปี ราคา 10 บาท 

ผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ไม่เสียค่าเข้าชม

938764
Photo via :https://www.facebook.com/pipitbanglamphu/

วัดบวรนิเวศวิหาร: อารามหลวงทรงคุณค่า สง่างามด้วยศิลปะรัตนโกสินทร์ตอนต้น

เมื่อก้าวพ้นจากบรรยากาศการเรียนรู้ที่สนุกสนานใน พิพิธบางลำพู เพียงไม่กี่ก้าว คุณจะรู้สึกถึงความเงียบสงบที่แผ่ซ่านออกมาจากรั้วกำแพงสีขาวของ "วัดบวรนิเวศวิหารราชวรวิหาร" วัดหลวงชั้นเอกที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในประวัติศาสตร์ไทย

วิธีการเดินทาง: เดินจาก พิพิธบางลำพู ให้เดินมุ่งหน้ามาตามถนนพระสุเมรุ (ทิศทางเดียวกับที่จะไปแยกผ่านฟ้า) เพียงประมาณ 300 เมตร จะเห็นกำแพงวัดทอดยาวอยู่ทางขวามือ เดินเพลินๆ รับลมจากคลองบางลำพูมาได้แบบชิลล์ๆ 

เวลาเปิด-ปิด: 08:00 – 17:00 น.

img_0893

ช่วงรอยต่อของอารามและย่านเก่า... สู่จังหวะชีวิตที่เรียบง่ายของ "ถนนตานี"

เดินทอดน่องลัดเลาะสู่ "ถนนตานี" จากหน้าวัดบวรฯ เดินต่อมาเพียงไม่กี่ก้าว จะเข้าสู่ ถนนตานี ถนนเส้นนี้เปรียบเหมือน "ย่านพี่น้อง" ที่อยู่ติดกับความพลุกพล่านของถนนข้าวสาร เป็นจุดที่เหมาะแก่การเดินถ่ายรูปสถาปัตยกรรมเก่าๆ และซึมซับวิถีชีวิตของคนในย่านนี้แบบไม่ต้องรีบร้อน

เข้ม-ข้น (Kem-Kon) : ทางเลือกสำหรับสายสุขภาพ รสชาติไทยแท้ที่จัดจ้านถึงใจ 

สำหรับใครที่มองหามื้อเย็นแบบเบาตัวแต่ยังได้รสชาติที่ถึงใจ บนถนนตานี แห่งนี้มีร้านเด็ดอย่าง                                "เข้ม-ข้น"  ร้านนี้เน้นการปรุงอาหารจากพืช 100% แต่บอกเลยว่ารสชาติ "เข้มข้น" สมชื่อจริงๆ เป็นการเติมพลังมื้อเย็นที่ดีต่อสุขภาพและอร่อยแบบจัดเต็ม ก่อนที่เราจะออกไปสัมผัสแสงสีและความคึกคักของถนนข้าวสารต่อยาวๆ กันในคืนนี้

เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 23:00 น. (เปิดให้บริการทุกวัน)

วิธีการเดินทาง:  เดินจากวัดบวรฯ ออกจากประตูวัดฝั่งถนนพระสุเมรุ เลี้ยวขวาเดินมาตามทางเพียงนิดเดียว แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนตานี ร้านจะตั้งอยู่ริมถนน
untitleddesign
Photo via :https://www.facebook.com/kemkonplant/
ถนนข้าวสาร (Khaosan Road): สีสันที่ไม่เคยหลับใหลและมื้อค่ำสุดพิเศษ

จากถนนตานี เดินต่อเพียงไม่กี่ก้าว บรรยากาศจะเปลี่ยนไปแบบคนละโลกเสียงเพลง แสงไฟนีออน และผู้คนจากทั่วโลก ทำให้ถนนข้าวสารเต็มไปด้วยพลังงานที่ไม่เคยหยุดนิ่ง ที่นี่มีทั้งสตรีทฟู้ด ร้านนั่งชิล และบาร์มากมาย จะแวะหาของกินเล่น หรือหามุมนั่งยาวๆ ก็เพลินจนลืมเวลา

Botanic Backyard Bar & Restaurant : พื้นที่สีเขียวลับๆ กลางย่านพระนคร

ถ้าอยากพักจากความคึกคักของถนนหลัก ลองเลี้ยวเข้าซอยรามบุตรี คุณจะเจอร้านที่ให้ความรู้สึกเหมือนหลุดเข้าไปใน “สวนหลังบ้าน” ที่เต็มไปด้วยต้นไม้เขียวขจี เหมาะมากสำหรับการนั่งพักขา ฟังดนตรีสดเบาๆ ในบรรยากาศสวนที่ตกแต่งได้อย่างลงตัว

เวลาเปิด-ปิด: 10:00 – 00:00 น.

วิธีการเดินทาง: เดินบนถนนข้าวสาร พิกัดตรอกชนะสงคราม (ซอยรามบุตรี หลังวัดชนะสงคราม)

192902
Photo via :https://www.facebook.com/profile.php?id=100039440871441

Molly Bar: ปิดท้ายค่ำคืนด้วยดนตรีสดสุดมันส์

ถ้ายังไม่อยากให้คืนนี้จบง่าย ๆ แนะนำให้เดินต่อมาอีกนิดในซอยรามบุตรี แล้วแวะที่ Molly Bar ร้านแฮงเอาท์ที่อยู่คู่ย่านนี้มานานระดับตำนานในซอยรามบุตร ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องวงดนตรีสดที่เล่นได้สนุกและเข้าถึงอารมณ์สุดๆ ตัวร้านตกแต่งสไตล์บ้านไม้เก่าที่ให้ความรู้สึกคลาสสิกแต่แฝงไปด้วยความสนุกสนาน ปล่อยใจไปกับเสียงเพลง และซึมซับบรรยากาศยามค่ำคืนของกรุงเทพฯ

เวลาเปิด-ปิด: 12:00 – 02:00 น.

วิธีการเดินทาง เดินบนถนนข้าวสาร พิกัดซอยรามบุตรี (ใกล้ฝั่งถนนตะนาว)

img_0894img_0895
Photo via : https://www.facebook.com/mollybar