23 กุมภาพันธ์ 2569
เพราะ 'ศิลปะ' ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในกรอบรูป และจังหวะของเมืองกรุงก็ไม่ได้มีแค่ความวุ่นวาย วันนี้เราจะพาคุณออกเดินทางไปสำรวจ 5 พื้นที่สร้างสรรค์ ที่มีเสน่ห์ต่างกันสุดขั้ว ตั้งแต่มิวเซียมระดับโลกที่สะท้อนความนิ่งสงบ ไปจนถึงสเปซลับที่ซ่อนจังหวะแปลกใหม่ไว้ทั่วกรุง
เราอยากชวนทุกคนลองทิ้งความรีบเร่ง แล้วออกไปขยับจังหวะหัวใจให้ช้าลง ไปกับพิกัดงานศิลป์และร้านอร่อยใกล้ตัวที่ซ่อนอยู่ในสเปซนั้นๆ ให้คุณได้เติมไฟสร้างแรงบันดาลใจกับตัวเอง
1. DIB BKK (Dib Bangkok): จิตวิญญาณในโกดังเหล็ก
เราขอเริ่มต้นด้วยแลนด์มาร์คใหม่ย่านสุขุมวิท ในเมืองกรุง ที่รีโนเวทโกดังเหล็กยุค 80s ให้กลายเป็น Museum สุดล้ำ ภายใต้ปรัชญา "เส้นทางแห่งการตื่นรู้" ที่ออกแบบให้เราเดินจากชั้น 1 ที่ดิบเท่ด้วยเสาปูน ค่อยๆ ไต่ระดับขึ้นไปสู่ชั้นบนที่โปร่งสว่างด้วยแสงธรรมชาติ เปรียบเสมือนการเดินทางของจิตใจ เป็นสเปซที่นิ่ง สงบ และทรงพลังที่สุดแห่งหนึ่งในไทย
Highlight: The Chapel (หอคอยโมเสก)
ที่นี่มีห้องจัดแสดงรูปทรงกรวยคว่ำที่กรุด้วยโมเสกทั้งชิ้น ภายในจะเงียบสงัดและมีแสงตกลงมาสวยมาก เป็นจุดที่คนรักสถาปัตยกรรมต้องมาเห็นด้วยตาตัวเองสักครั้ง
- เวลาเปิด-ปิด: 11.00 - 19.00 น. (หยุดวันจันทร์)
- วิธีเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS ลงสถานี พระโขนง (ทางออก 4) แล้วต่อพี่วินเข้าซอยสุขุมวิท 40 ประมาณ 2 นาที
- ค่าเข้าชม: มีค่าเข้าชม (แนะนำให้เช็คนิทรรศการหมุนเวียนล่วงหน้าก่อนเข้าชม)


Photo Via : https://www.facebook.com/DibBangkok และ Dib Bangkok
Art & Bite: Watthu-Dib Bistro & Bar
หากคุณรู้สึกหิว ไม่ต้องไปไหนไกล เพราะในโครงการมีร้านอาหารและบาร์สุดชิคที่พร้อมเสิร์ฟทั้งรสชาติไทยแท้และสากลที่มีลูกเล่นแบบไทยๆ เมนูอาหารและเครื่องดื่มของที่นี่จะเปลี่ยนไปตามฤดูกาล มีความสร้างสรรค์เหมือนงานศิลปะและรากเหง้าทางวัฒนธรรม ที่สำคัญคือเปิดต้อนรับทุกคน ไม่ว่าคุณจะมีบัตรเข้าชมมิวเซียมหรือไม่ก็สามารถแวะมาได้
ถัดมาอีกที่นึงใจกลางเมืองย่านสยาม ปทุมวัน กับหอศิลป์ฯ หรือ BACC พื้นที่แห่งความภาคภูมิใจเพราะ "ศิลปะเป็นของทุกคน" ที่นี่ไม่ใช่เพียงแค่ตึกแสดงงาน แต่คือจุดนัดพบที่เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าคุณจะเป็นนักเรียนที่มานั่งตากแอร์อ่านหนังสือ ศิลปินที่มาหาแรงบันดาลใจ หรือนักท่องเที่ยวที่หลงรักงานดีไซน์ ทุกคนมีพื้นที่ของตัวเองเสมอในที่นี่
Highlight: ทางเดินก้นหอยที่ไม่มีที่สิ้นสุด (The Spiral Journey)
ไฮไลท์ที่ทุกคนต้องเช็คอินคือ "ทางเดินก้นหอย" (Spiral Walkway) ที่วนขึ้นไปถึงชั้น 9 มันถูกออกแบบมาให้ไม่มีขั้นบันได เพื่อให้เราจดจ่อกับงานศิลปะได้แบบไหลลื่น (Flow) และยังทำให้ผู้ที่ใช้รถเข็นเข้าถึงงานศิลปะได้ทุกชิ้นอย่างเท่าเทียม แถมมุมมองจากด้านบนที่มองลงมายังโถงกลาง คือ หนึ่งในวิวสถาปัตยกรรมที่สวยที่สุดอีกด้วย
- เวลาเปิด-ปิด: 10.00 - 20.00 น. (หยุดวันจันทร์)
- วิธีเดินทาง: รถไฟฟ้า BTS ลงสถานี สนามกีฬาแห่งชาติ (ทางออก 3) มีทางเชื่อม Walkway เข้าสู่ตัวอาคารชั้น 3
- ค่าเข้าชม: ฟรี! (เว้นแต่จะมีนิทรรศการพิเศษที่เก็บค่าเข้า)


Photo Via : หน้าหลัก - Bangkok Art and Culture Centre
Art & Bite: ร้านอาหารและคาเฟ่ชั้นล่าง (L-1)
สถานที่ใจกลางเมืองแบบนี้ แม้จะมีร้านอาหารมากมายในห้างรายล้อม แต่ที่หอศิลป์ฯ มีร้านอาหารและคาเฟ่ซ่อนตัวอยู่ ตั้งแต่ ร้านบะหมี่เกี๊ยวสุดคลาสสิก ไปจนถึงร้านกาแฟ Slow Bar ชื่อดังอย่าง Gallery Drip Coffee ให้คุณได้อิ่มท้องและดื่มด่ำกับกาแฟดริปดีๆไปพร้อมกัน

Photo Via : https://www.facebook.com/GalleryDripCoffee/
เราออกจากความวุ่นวายใจกลางเมือง เข้าสู่เส้นแม่น้ำเจ้าพระยา ไปกับ River City Bangkok จากแรงบันดาลใจในตลาดของเก่าที่ปารีส สู่ศูนย์รวมศิลปะและโบราณวัตถุระดับตำนานริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่ยืนหยัดมานานกว่า 40 ปี ปัจจุบัน River City ได้ Transform ตัวเองให้กลายเป็น "ศูนย์กลางการเรียนรู้ตลอดชีวิต" ที่เชื่อมโยงคนรักศิลปะทุกเจเนอเรชันเข้าด้วยกัน ถ้าคุณชอบงานศิลปะเดินดูได้เพลินๆ พร้อมวิวแม่น้ำเจ้าพระยา ที่นี่ คือคำตอบ คุณจะสามารถปล่อยใจไปกับงานอาร์ตได้ตลอดทั้งวัน
Highlight: ขุมทรัพย์โบราณที่ยังมีลมหายใจ
The Treasure Hunt & Chill: บนชั้น 4 คืออาณาจักรของนักสะสมที่รวบรวมสมบัติล้ำค่าจากลุ่มแม่น้ำโขงและเอเชียไว้หนาแน่นที่สุด เหมือนพาเราเดินย้อนเวลากลับไปสำรวจประวัติศาสตร์ที่หาดูได้ยากในปัจจุบัน
ชั้น 2-3 (The Art Hub): จังหวะนี้ คือสวรรค์ของคนรักงานอาร์ตร่วมสมัย เพราะเป็นโซนแกลเลอรีที่รวบรวมงานศิลปะหลากหลายแนวมาจัดแสดง และมีนิทรรศการหมุนเวียนไม่ซ้ำกันในแต่ละเดือน ทำให้ทุกครั้งที่มาเราจะได้เจอแรงบันดาลใจใหม่ๆ เสมอ
- เวลาเปิด-ปิด: 10.00 - 20.00 น. (เปิดทุกวัน)
- วิธีเดินทาง: เรือด่วนเจ้าพระยา ลง ท่าเรือสี่พระยา เดินเข้าตึกได้เลย หรือ รถไฟฟ้า MRT ลงสถานี หัวลำโพง (ทางออก 1) แล้วต่อพี่วินหรือ Taxi ประมาณ 5 นาที
- ค่าเข้า: พื้นที่ส่วนใหญ่เข้าชม ฟรี! (ยกเว้นนิทรรศการมัลติมีเดียพิเศษจะมีค่าตั๋วตามแต่ละงาน)
Photo Via : RIVER CITY BANGKOK และ https://www.facebook.com/RiverCityBangkok/
Art & Bite: Feng Zhu (เฟิงจู) & More
สำหรับใครที่ยังไม่ได้ทานอะไรมา หรืออยากหาอะไรรองท้องแบบด่วนๆ แนะนำให้แวะ "เฟิงจู" ร้านเกี๊ยวซ่าหน้าเปิดสไตล์ฮ่องกงหน้าตึกก่อนเลย นอกจากจะอร่อยแบบพอดีคำแล้ว ตัวร้านยังตกแต่งได้ฮิปสุดๆ เป็นมุมถ่ายรูปเช็กอินที่ห้ามพลาดจริงๆ


Photo Via : https://www.facebook.com/FENGZHU989/
จาก River City ขยับมาอีกนิดสู่ย่านพระอาทิตย์ ที่นี่คือ "สเปซลับ" สำหรับคนที่อยากหนีความวุ่นวายมานั่งฟังเสียงลมหายใจตัวเองไปพร้อมกับงานอาร์ต เพราะที่นี่คือคฤหาสน์เก่าอายุกว่าร้อยปีที่ถูกเปลี่ยนให้เป็นพื้นที่เสพศิลป์ที่ละมุนที่สุด
Highlight: เสน่ห์ของสถาปัตยกรรมสไตล์วิกตอเรียน
ตัวอาคารสีขาวสะอาดตาที่มีหน้าต่างบานสูงและโถงทางเดินไม้ คือหัวใจสำคัญที่ทำให้การดูงานศิลปะที่นี่ต่างออกไป แสงแดดที่ลอดผ่านแมกไม้นอกหน้าต่างเข้ามาตกกระทบงานศิลปะในห้องต่างๆ สร้างบรรยากาศที่ทั้งสงบและอบอุ่น
- เวลาเปิด-ปิด: 10.00 - 18.00 น. (ปิดวันจันทร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์)
- วิธีเดินทาง: เรือด่วนเจ้าพระยา ลง ท่าเรือพระอาทิตย์ เดินเลียบแม่น้ำผ่านสวนสันติชัยปราการมานิดเดียว หรือ รถประจำทาง: สาย 3, 32, 53, 524 ลงที่ป้ายถนนพระอาทิตย์
- ค่าเข้าชม: ฟรี!

Photo Via : https://www.facebook.com/PTTArtGalleryAtBanChaoPhraya/
Art & Bite: Coco Chaophraya (โคโค่ เจ้าพระยา)
หลังจากชมงานศิลป์ในบ้านเสร็จ เดินออกมาทางด้านหลังนิดเดียวจะพบกับร้านอาหารและคาเฟ่ริมน้ำบรรยากาศ จุดเด่นคือวิวสะพานพระราม 8 แบบพาโนรามาที่สวยมาก โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกดิน ที่นี่เสิร์ฟทั้งอาหารไทยและนานาชาติในราคามิตรภาพ เมนูที่ต้องลองคือ พิซซ่าหน้าต่างๆ ที่แป้งบางกรอบกำลังดี หรือจะสั่งเป็น สปาเก็ตตี้พริกกระเทียมคอหมูย่าง ที่รสชาติจัดจ้านสะใจ ส่วนใครสายหวานต้องห้ามพลาด Coconut Smoothie มะพร้าวปั่นเนียนนุ่มหอมหวาน

Photo Via : https://www.facebook.com/Cocochaophraya/
พิกัดสุดท้ายของรูทนี้ เราขอพาคุณขยับหนีความวุ่นวายของใจกลางเมืองออกไปสักนิด แต่รับรองว่าคุ้มค่าไปกับ MOCA Museum มิวเซียมระดับสากล ไม่ใช่แค่มิวเซียมธรรมดา แต่รวบรวมงานศิลปะไทยร่วมสมัยระดับ Masterpiece มาไว้ในตึก ทุกองค์ประกอบถูกจัดวางมาอย่างใส่ใจเพื่อให้เราได้จมดิ่งกับงานศิลป์อย่างแท้จริง
จุดที่ต้องหยุดดูคือ "ตัวอาคาร" ที่ถูกออกแบบมาให้ดูเสมือน ก้อนหินแกรนิตชิ้นเดียว ที่ถูกแกะสลักอย่างประณีต แต่หัวใจสำคัญคือ ผนังลวดลายดอกมะลิ ที่ทำหน้าที่กรองแสงธรรมชาติเข้าสู่โถงกลางอาคาร Vibe ที่เปลี่ยนตามเวลา เพราะแสงแดดที่ขยับทิศทางตลอดวัน ทำให้ "เงา" ที่ตกกระทบภายในเปลี่ยนรูปร่างไปเรื่อยๆ
- เวลาเปิด-ปิด: วันอังคาร - วันอาทิตย์ (หยุดวันจันทร์) | 10.00 - 18.00 น.
- วิธีเดินทาง: รถไฟฟ้าสายสีแดง ลงสถานี บางเขน (ทางออก 2) เดินย้อนขึ้นมานิดเดียวถึงเลย
- ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่: 300 บาท นักเรียน/นักศึกษา (ต้องแสดงบัตร): 150 บาท


Art & Bite: MOCA Coffee
จบทริปอาร์ตอย่างอลังการด้วยการทิ้งตัวพักผ่อนในบรรยากาศสุดเงียบสงบที่ MOCA CAFÉ (ชั้น G) ที่นี่ไม่ได้มีดีแค่บรรยากาศ แต่ยังคัดสรรสิ่งดีๆ มาให้คุณ ตั้งแต่เบเกอรี่อบใหม่ไปจนถึงอาหารจานอร่อย แต่ที่พลาดไม่ได้เลยคือ กาแฟดอยตุง (Doi Tung Coffee) จากมูลนิธิแม่ฟ้าหลวงฯ ที่ใช้เมล็ดอาราบิก้าคุณภาพพรีเมียม 100% มีโซน Outdoor ที่ติดกับสวนประติมากรรมให้คุณได้นั่งพักผ่อนแบบไม่ต้องรีบร้อน